+66-2-8921905
ขอใบเสนอราคา
ตัวเลือกทั่วไป
ตรงกันเป๊ะ
ค้นหาในหัวข้อ
ค้นหาในเนื้อหา
ตัวเลือกประเภทโพสต์

ขอใบเสนอราคา

ยางกันการสั่นสะเทือน (Rubber Vibration Isolator) 

ยางกันการสั่นสะเทือน (Rubber Vibration Isolator) เป็นอุปกรณ์ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักร ไม่ให้ส่งผ่านการสั่นสะเทือนไปยังส่วนอื่น ๆ มากเกินไป ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น รองฐานเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม รองเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือลดการสั่นของเครื่องยนต์ในรถ

ยางกันการสั่นสะเทือนมีหลายประเภท เช่น 

  • Rubber Mount ยางกันสั่นใช้รองเครื่องจักร เช่น มอเตอร์ ปั๊ม
  • Rubber Pad แผ่นยางรองพื้นลดแรงกระแทก
  • Rubber Bushing ยางที่ใช้ในระบบช่วงล่างรถยนต์
  • Sandwich Mount ยางกันสั่นแบบประกบกับโลหะ 2 ฝั่ง

หลักการทำงานของยางรองรับแรงสั่นสะเทือน 

ยางกันการสั่นสะเทือนใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติสำคัญ 2 อย่างของยาง คือ

  • ความยืดหยุ่น (Elasticity) สามารถยุบตัวและคืนรูปได้
  • การหน่วง (Damping) สามารถดูดซับพลังงานจากการสั่นได้

“เมื่อมีแรงสั่นยางจะยุบตัวเพื่อลดแรงที่ส่งผ่าน ทำให้แรงสั่นที่ไปถึงปลายทางลดลง” 

อัตราส่วนความถี่และการแยกการสั่นสะเทือน 

อีกแนวคิดสำคัญคือการหาอัตราส่วนความถี่ (Frequency Ratio) ระหว่างความถี่ธรรมชาติจากยางกันการสั่นสะเทือน และความถี่กระตุ้น (ความถี่ที่เกิดจากแรงสั่นของตัวเครื่องจักร) โดยอัตราส่วนความถี่ที่ได้จากการคำนวนต้องมีค่ามากกว่า 1.414 จึงจะเกิดการลดการสั่นสะเทือน

  • 𝑟= อัตราส่วนความถี่
  • 𝐹= ความถี่กระตุ้น
  • 𝐹𝑛= ความถี่ธรรมชาติ
r=F/Fn
  • 𝑟 ≤ 1.414 : ยังกันสั่นได้ไม่ดี เสี่ยงเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง
  • 𝑟 ≈ 1.414 : เริ่มลดการสั่นสะเทือน
  • 𝑟 > 1.414 : ลดการสั่นได้ดีขึ้น

เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการแยกการสั่นสะเทือนที่ดีที่สุด ความถี่ของการกระตุ้นควรสูงกว่าความถี่ธรรมชาติของตัวแยกอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของยางกันการสั่นสะเทือน 

ประสิทธิภาพของตัวรองรับแรงสั่นสะเทือนยางขึ้นอยู่กับปัจจัยทางวิศวกรรมหลายประการ:

  • ความแข็งของยาง (Hardness / Shore A)
  • รูปร่างและขนาด
  • น้ำหนักที่รับ
  • ความถี่ของแรงสั่น
  • อุณหภูมิขณะใช้งาน

ข้อดีของยางกันการสั่นสะเทือน 

  • โซลูชันที่คุ้มค่า
  • ติดตั้งง่าย
  • ไม่ต้องคอยบำรุงรักษาบ่อย ๆ
  • การลดแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท

ข้อจำกัดของยางกันการสั่นสะเทือน 

  • เสื่อมสภาพได้ตามเวลา
  • ใช้ไม่ได้ดีกับการสั่นที่มีความถี่ที่ต่ำมาก (ความถี่เท่ากับความถี่ธรรมชาติ)
  • อุณหภูมิที่สูงจะมีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งาน

วิธีเลือกยางกันการสั่นสะเทือน (Selection Guide) 

การเลือกตัวแยกการสั่นสะเทือนที่เหมาะสมจำเป็นต้องพิจารณาทั้งลักษณะของเครื่องจักรและสภาพการทำงาน

1. เตรียมข้อมูลเบื้องต้น 

ควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเครื่องจักรและสภาพแวดล้อมที่จะนำไปใช้งาน เช่น

  • น้ำหนักเครื่อง
  • ความเร็วรอบ (RPM, Hz)
  • จำนวนจุดรองรับ เช่น 4 ขา, 8 ขา
  • สภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ, มีคราบน้ำมัน, ต้องวางไว้กลางแจ้ง

2. คำนวณค่าความถี่กระตุ้นและความถี่ธรรมชาติ 

คำนวณหาค่าความถี่กระตุ้นจากเครื่องจักร (F) เพื่อเลือกค่าความถี่ธรรมชาติของยาง (Fn) ซึ่งค่า Fn ควรต่ำกว่าค่า F ประมาณ 3–5 เท่า

3. เลือกความแข็งของยางกันการสั่นสะเทือน (Hardness / Shore A) 

Shore A  ความแข็ง  การรับน้ำหนัก  การกันสั่นสะเทือน 
40-50 อ่อนนุ่ม หมาะกับเครื่องจักรที่มีน้ำหนักเบา ดูดซับแรงสั่นสะเทือนดีมาก
60-70 แข็งปานกลาง เหมาะกับเครื่องจักรที่มีน้ำหนักปานกลาง ดูดซับแรงสั่นสะเทือนปานกลาง
80-90 แข็งมาก เหมาะกับเครื่องจักรที่มีน้ำหนักมาก ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้น้อย

4. ตรวจสอบการยุบตัวของยางกันการสั่นสะเทือน 

ในขณะใช้งานยางต้อง “ยุบตัว” เพื่อให้เกิดการกันสั่น ซึ่งโดยทั่วไป

  • การยุบ 5–15 mm ถือว่าเหมาะสม
  • ยางยุบตัวน้อยไปทำให้เกิดการกันสั่นน้อย
  • ยางยุบตัวมากไปจะทำให้เครื่องจักรไม่เสถียร

5. จำนวนของยางกันการสั่นสะเทือน 

หากเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ต้องการยางกันการสั่นหลายตัวเพื่อกระจายน้ำหนัก ต้องเลือกยางทุกตัวให้มีลักษณะใกล้เคียงกัน

เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญ 

  • เครื่องหมุนเร็ว เช่น มอเตอร์ → ให้ใช้ยางนุ่ม
  • เครื่องหมุนช้า เช่น ปั๊มลูกสูบ → ให้ใช้สปริงร่วมด้วย
  • หากมีแรงกระแทกสูง → ให้ใช้ยางที่มีการดูดซับแรงสั่นสูง
  • หากยางแข็งเกินไป → การกันสั่นจะเกิดน้อยลง

 

แชร์โพสต์นี้

สนใจร่วมพัฒนาและเติบโต
ธุรกิจของคุณร่วมกับเรา

โทร +66-2-8921905
ขอใบเสนอราคา